เที่ยวไต้หวัน ประวัติ มีความเป็นมาอย่างไร?

เที่ยวไต้หวัน ประเทศไต้หวันนั้น เริ่มมีการจดบันทึกและการค้นพบของชาวตะวันตก เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 16 หรือราวๆ 400 ปีก่อน โดยนักเดินเรือชาวโปตุเกส Itha Formosa แต่ตามหลักฐานทางโบราณคดี และนักประวัติศาสตร์เอง ได้ค้นพบฟอสซิลฟันและ ชิ้นส่วนกะโหลกศรีษะมนุษย์ มีอายุราว 20,000 – 30,000 ปีมาแล้ว แต่มนุษย์กลุ่มเชื้อสาย

ที่มีความสำคัญต่อไต้หวันนั้นคือ กลุ่มออสโตรนีเซียน ค้นพบหลักฐานว่า ได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานในช่วงยุคหินเก่า – ใหม่ ราว 5,000 ปีที่แล้ว ตามหลักฐานแล้วชาวออสโตรนิเซียน นั้นดั่งเดิมมีถิ่นกำเนิดอยู่

ทางตอนเหนือของพม่า แล้วได้อพยพมาตามแม่น้ำแยงซีเกียงประเทศจีน และต่อมาได้ขยายมาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะไต้หวันเองก็เป็นเส้นทางตะวันออก ที่ชาว ออสโตรนิเซียนเดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐาน

ในอดีตไต้หวันเองปกครองด้วยเผ่าต่างๆถึง 20 เผ่า ต่อมาเหลืออยู่เพียงแค่ 10 เผ่าในปัจจุบัน เป็นจำนวนประชากร 2% ประมาณ 400,000 คน จากประชากรทั้งหมด หลังจากช่วงยุุคหินใหม่มานั้น เริ่มมีชาวฮั่นบนแผ่นดินจีน

ได้อพยพตามกันมาตั้งรกรากยังเกาะนี้อีกด้วย จึงทำให้มีจำนวนประชากร ชาวฮั่นเยอะกว่าชาวเผ่าดั่งเดิม จนทำให้ไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครอง ของอาณาจักรจีนโบราณ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไต้หวันได้สิ้นสุดลง

เมื่อชาวยุโรปได้เดินทางค้นพบเกาะแห่งนี้ ชาติแรกที่ค้บพบเกาะนี้คือ โปตุเกส แต่ชาติที่ให้ความสำคัญกับไต้หวันมากที่สุด กลับเป็นประเทศฮอลันดา เพราะเห็นว่าไต้หวันเอง เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าที่ดี

ที่สามารถเชื่อมเข้าระหว่างจีน ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะช่วงขณะนั้นประเทศฟิลลิปปิน ตอนนั้นอยุ่ภายใต้การปกครองของสเปน ชาวฮอลันดาได้เข้ามาสร้างป้อมปราการ รวมถึงจัดตั้งบริษัททางการค้าที่นี้อีกด้วย

และได้เริ่มวางโครงเศรษฐกิจแบบการเกษตร มีนโยบายชักจูงให้ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ เข้ามาทำการเพาะปลูกอ้อยในไต้หวั่น เพื่อต้องการน้ำตาลที่เป็นสินค้าหลัก จนกระทั่งต่อมาอ้อยและข้าว กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่สำคัญของประเทศไต้หวันอีกด้วย 

เที่ยวไต้หวัน มี ความเจริญจนมาถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร?

ด้วยรากฐานทางเศรษฐกิจ ที่ชาวดัตซ์เข้ามาบริหาร ปกครองไต้หวันยาวนานถึง 36 ปี ชาวดัตซ์เองได้ถูกขับไล่ และตกเป็นของประเทศจีนอีกครั้ง จนต่อมาจีนเองได้ยก เกาะไต้หวันให้กับจักรวรรดิญี่ปุ่น ในสนธิสัญญา Shimonoseki ค.ศ.1895 เพื่อสงบศึกระหว่างสองประเทศ ช่วงแรกญี่ปุ่นที่เข้ามาปกครองนั้น ได้รับการต่อต้านจาก คนในท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก

แต่ก็ไม่สามารถทำไรกับญี่ปุ่นได้ เพราะญี่ปุ่นที่เข้ามาปกครองนั้น มีกองกำลังทหาร และจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การควบคุมของญี่ปุ่น จากนั้นจัดตั้งตำรวจเพื่อรักษากฎหมายอย่างเข้มงวด ทำให้เหตุการณ์สงบลงจากการต่อต้าน

ญี่ปุ่นเองต้องการที่จะรวมไต้หวัน เข้ากับญี่ปุ่นเพื่อเป็นจุดพักสินค้า ด้วยกฎหมายที่เคร่งครัด รวมถึงการยัดเยียดวัฒนธรรม บังคับให้ทุกคนเรียน ภาษาญี่ปุ่น ยกเลิกการพูดภาษาท้องถิ่น ทำให้ชาวไต้หวันเอง

ลืมความเป็นตัวตนจากชาวจีน จนกระทั่งหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นหมดอิทธิพลในเกาะไต้หวัน จากนั้นเกาะแห่งนี้ได้อยู่ภายใต้ การปกครองของจีนอีกครั้ง ในขณะที่ประชาชนลืมความเป็นจีนไปจาก

การเข้ามาครอบครองของญี่ปุ่นถึง 50 ปี จึงเกิดการเรียกร้องความเป็นจีนอีกครั้ง โดยพรรคก๊กมินตั๋ง ที่ต้องการทำลายแนวคิดของญี่ปุ่น ที่ทำให้ลืมความเป็นจีน และนำความเป็นจีนของชาวไต้หวันกลับมาอีกครั้ง

หลังจากไต้หวันที่อยู่ภายใต้ประเทศต่างๆ นานถึง 400 ปี ไต้หวั่นเองได้พัฒนาตัวเองในด้านต่างๆ จนสามารถผลักดันประเทศตัวเอง อยู่ในระดับแนวหน้าของโลกในด้านเศรษฐกิจ ถึงแม้ในทางการเมือง

ไต้หวั่นเองจะปกครองตนเอง แต่ก็ยังคงอยู่ภายใต้เงาของจีน จึงทำให้ไต้หวันนั้นทำทุกวิธีทาง เมื่อร้องต่อ UN เพื่อเป็นการยืนยันและ สิทธิทางเอกราชของประเทศไต้หวันนั้นเอง ทุกวันนี้ไต้หวันได้ค้นหา วัฒนธรรมรวมถึงอารยธรรมดั่งเดิม ที่บ่งบอกถึงความเป็นไต้หวัน จนเกิดเป็นกระแสท้องถิ่นนิยม เรียกร้องให้ฟื้นฟูวัฒนธรรมพื้นเมืองกลับมา

เที่ยวไต้หวัน

ไต้หวัน สถานที่ท่องเที่ยว มีอะไรบ้าง?

สถานที่ท่องเที่ยวของไต้หวันนั้น สอดแทรกวัฒนธรรม รวมถึงอารยธรรมต่างๆ ที่เป็นมรดกจากการที่เคยตก อยู่ภายใต้อำนาจของประเทศมหาอำนาจต่างๆ แต่กลับพัฒนาประเทศตัวเอง ให้มัศักยภาพทางเศรษฐกิจ ขนาดใหญ่กว่าประเทศตัวเองเสียอีก ทางด้านการท่องเที่ยวเอง ก็เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน เรามีสถานที่ท่องเที่ยว

ที่ทางเราแนะนำมาให้คุณ ได้ชมกันมีสถานที่อะไรบ้าง สถานที่แรกนั้นคือ วัดหลงซาน (Longshan Temple) เป็นวัดหนึ่่งที่มีชื่อเสียงของไต้หวันอย่างมาก เพราะวัดแห่งนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ที่ผู้คนเชื่อกันว่าให้ความศิริมงคลอีกด้วย อีกทั่งนักท่องเที่ยวเชื่อกันว่า มาขอความรักที่นี้แล้วจะสมหวัง ด้วยการผูกด้ายแดง ที่เป็นสัญลักษณ์ของเนื้อคู่ของตัวเอง จึงทำให้วัดแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวสายมูหลั่งไหลกันเข้ามามาก

สถานที่ต่อไปนั้นคือ ย่านซีเหมินติง (Ximending) เป็นย่านช้อปปิ้งที่เปรียบเหมือนบ้านเรา นั้นก็คือสยามนั้นเอง เพราะมีร้านค้ามากมาย รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่ ที่มีความน่าสนใจ สามารถเดินได้ทั้งวันก็ไม่เบื่อ

เราไปกันต่อที่ วัดซื่อหนาน (Zhinan Temple) สถานที่เหมาะแก่การเดินทาง มาไหว้สักการะขอพร เพราะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของที่นี้ นั้นคือเทพเจ้าลู่ ต้งปิง เป็นเทพอยู่ประจำวิหาร ถือว่าเป็นเทพเจ้าด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม

นอกจากนี้แล้ววัดแห่งนี้ยังสามารถ เห็นวิวของเมืองไทเปได้ชัด จากความสูงของวัดแห่งนี้ด้วยนั้นเอง สถานที่สุดท้ายทางเราแนะนำก็คือ อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค (National Chiang Kai-shek Memorial Hall)

นับว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่มีความสำคัญกับไต้หวันอย่างมาก และยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมาเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานแห่งนี้ สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นปีค.ศ. 1976 เป็นการรำลึกถึง ประธานาธิบดี เจียง ไคเชก

ผู้อันเป็นที่รักของชาวไต้หวันอีกด้วย นอกเหนือจากสถานที่ที่ ทางเราได้แนะนำไปยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมาก ในไต้หวันที่น่าสนใจ หากได้ลองมาเที่ยวดูซะครั้ง นับว่าเป็นประสบการณ์ที่นี้อีกอย่าง ในชีวิตเลยก็ว่าได้

ไต้หวัน มีรากวัฒนธรรมเป็นอย่างไร?

รากฐานทางเชื้อชาติ ของไต้หวันเองได้รับอิทธิพลมาจาก ชาวฮั่นแผ่นดินจีนซะมากกว่า ด้วยจำนวนประชากรที่มีเชื้อชาติจีน มีมากกว่าเชื้อชาติอื่นที่มีผสมอยู่ในประเทศ ปัจจุบันไต้หวันได้เริ่มฟื้นฟูวัฒนธรรม ดั่งเดิมที่สูญหายไปหลายศตวรรษ ที่แต่ก่อนเป็นการปกครองแบบชนเผ่า และมีวัฒนธรรมการสัก เหมือนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่วัฒนธรรมการสักแพร่หลายอย่างมาก รวมถึงในไต้หวันเอง มีวัฒนธรรมการสักที่ยังมีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ด้วยฝีมือที่ประณีตและพิธีกรรม ในการสักนั้นนับว่ามีความคลาสิคอย่างมาก

ทุกอย่างมีขั้นตอนเสมอ ชาวไต้หวันดั่งเดิมเอง ที่อยู่บนเกาะแห่งนี้มีเชื้อสายที่ยาวนาน และมีการรับแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม มาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มมีชาวตะวันตกเข้ามาบุกเบิก

ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ชาวไต้หวันเองต่างยอมรับ ในวัฒนธรรมอื่นๆที่เข้ามา โดยที่ไม่มีการขัดแย้ง ถึงแม้จะพลัดเปลี่ยนประเทศต่างๆ ที่เข้ามาปกครองยังเกาะไต้หวัน แต่ชาวไต้หวันเองก็ไม่เคยลืมรากฐาน ทางวัฒนธรรมของตัวเองจนมาถึงปัจจุบันนี้เอง

เที่ยวไต้หวัน

สรุปการท่องเที่ยวไต้หวัน เป็นอย่างไรบ้าง?

ประเทศไต้หวัน ถึงแม้จะเป็นประเทศเกาะ ที่มีขนาดไม่ใหญ่เท่าประเทศญี่ปุ่น แต่สามารถผลักดันตัวเอง ให้มีความเจริญถัดเทียมประเทศใหญ่ๆ ในเอเชีย ผังเมืองในไทเป รวมถึงจังหวัดอื่นๆรอบๆเมือง เป็นตัวบ่งบอกความเจริญ ที่เป็นประเทศพัฒนา การคมนาคมภายในเมือง รวมถึงวิถีชีวิต ในเมือง เหมือนกับประเทศเกาหลีใต้

สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวนั้น สามารถเข้าใจได้ง่าย และดูเป็นมิตรสำหรับนักท่องเที่ยว  ในการมาต่างประเทศอีกด้วย สถาปัตยกรรมของไต้หวันเอง ด้วยความที่เป็นเมืองพุทธและ

ได้รับอิทธิพลจากจีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้รูปแบบของสถาปัตยกรรม มีการผสมผสานระหว่างยุคใหม่และยุคเก่า วัดยังคงเป็นสถานที่ ผู้คนทั่วไปต่างให้ความเคารพ ความเชื่อทางศาสนาเองยังคงแฝงอยู่ใน

วิถีชีวิตประจำวันเหมือนกับประเทศไทย ชาวไต้หวันเองเชื่อเรื่องดวง โชคลาภ เหมือนกับประเทศไทยเหมือนกัน สิ่งต่างๆที่นำพาความรุ่งโรจน์ให้กับตัวเอง ก็จะนับถือสิ่งนั้นเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

ในการดำเนินชีวิตของชาวไต้หวัน การมาเที่ยวไต้หวันนี้ ให้ประสบการณ์ใหม่ๆในชีวิต หากได้มาเที่ยวเมืองไทเป ก็จะชวนให้นึกถึงความเป็นอยู่ ในกรุงเทพเปรียบเหมือนภาพสะท้อน ของผู้คนระหว่างสองประเทศอีกด้วย

จึงทำให้มองว่า ประเทศไต้หวันเอง มีความน่าสนใจในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวัฒนธรรมหรือการพัฒนาเศรษฐกิจ วัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ในประเทศไทย

หาได้ยากอย่างการเคี้ยวหมาก ที่ไต้หวันเองยังคงมีการเคี้ยวหมาก อยู่จนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้วัฒนธรรมเช่นนี้จะมีความเก่าแก่ และสร้างความสกปรก ให้กับชุมชนรวมถึงทัศนียภาพของเมืองอีกด้วย

แต่ผู้คนที่นี้ยังคงรักษาวัฒนธรรมนี้ไว้ ไม่ว่าโลกจะพัฒนาไปเช่นไร รากเหง้าวิถีชีวิตก็ยังคงเป็นเช่นเดิม หากใครชื่นชอบการท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์แล้วละก็ นับว่าห้ามพลาด ในการมาท่องเที่ยวยังประเทศไต้หวั่น

วิธีการเล่นเว็บยูฟ่า

บอลยูฟ่าเบท

เที่ยวตามหนังจีน